Posted on: April 10, 2020 Posted by: ผู้บังคับฝูงบิน Comments: 0

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.63 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 จ.ยะลา พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 6 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมที่ 77 ราย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 49 ราย และรักษาหายแล้วจำนวน 26 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ

ล่าสุด นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ออกคำสั่งให้ควบคุมพื้นที่ชุมชนเพิ่มเติม คือพื้นที่ หมู่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ซึ่งเป็นศูนย์ชุมชนแห่งหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปิดเส้นทางเข้า-ออกทุกเส้นทาง ในพื้นที่หมู่ 3 ให้มีเส้นทางเข้า-ออกชุมชนเพียงเส้นทางเดียว และให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครหมู่บ้าน เข้าเวรยามตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้เข้า-ออก และปิดเส้นทางเข้า-ออกตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.-25 เม.ย. เพื่อเป็นการควบคุมพื้นที่เสี่ยง หลังจากเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคระบาดได้ลงพื้นที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

โดยก่อนหน้านี้ทางจังหวัดยะลาได้ออกคำสั่งให้พื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะศูนย์ชุมชนแห่งหนึ่ง ปิดเด็ดขาด 24 ชั่วโมง โดยขอความร่วมมือ และทำความเข้าใจกับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนในพื้นที่ แต่ยังพบว่ามีการละเลย ไม่เคร่งครัดต่อมาตรการที่ออกคำสั่ง และยังมีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากการร่วมประกอบกิจกรรมทางศาสนา และเพื่อเป็นการป้องกันตามมาตรการควบคุมโรคระบาด ทางจังหวัดจึงออกคำสั่งเพิ่มเติมให้คุมเข้มพื้นที่ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการประกาศเคอร์ฟิว โดยให้คุมเข้าพื้นที่หมู่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออกที่มีให้เหลือเพียงเส้นทางเดียว และห้ามการเข้า-ออกตามช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิวในเวลา 22.00-04.00 น. เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มเติม แต่ในส่วนของศูนย์ชุมชนแห่งหนึ่ง ให้ใช้มาตรการห้ามบุคคลเข้า-ออกตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

นายสันต์ เดะแอ ผอ.รพ.สต.บาเจาะ เปิดเผยว่า อ.บันนังสตา เป็นพื้นที่ที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของจังหวัดยะลา มีผู้ป่วยทั้งหมดรวม 24 ราย ส่วน ต.บาเจาะ มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 5 ราย ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านตันหยงนากอ ช่วงแรกของการแพร่ระบาดโควิด-19 ชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่มีความเข้าใจ ทาง รพ.สต.บาเจาะ ได้ประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง ทั้งเสียงตามสายของมัสยิด รถแห่ และเครือข่าย อสม.ในพื้นที่ ชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ แต่อีกส่วนหนึ่งประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เข้าใจ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการเชิงรุกประชาสัมพันธ์อย่างหนัก ทุกวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ตื่นตัว และเริ่มรู้จักการป้องกันตนเองมากยิ่งขึ้น ขณะที่การประกอบกิจกรรมทางศาสนาในพื้นที่ งดทุกกิจกรรม จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ตามประกาศของจังหวัดยะลา.