Posted on: May 14, 2020 Posted by: ผู้บังคับฝูงบิน Comments: 0

ข้างความยั่งยืนและมั่นคง ติดตามเหตุการณ์ภายในประเทศ เจอกรุ๊ปขยับเขยื้อนศัตรูรัฐบาลมุ่งจู่โจม บิดเบือนรวมทั้งขยายหลักสำคัญ หวังให้กำเนิดแนวร่วมจากประชากรร่วมเคลื่อนต้านทานรัฐบาล ข้างหลังโควิด-19 เลิกลง

ช่วงวันที่ 14 เดือนพฤษภาคม รายงานข่าวสารจากข้างความมั่นคงยั่งยืน เอ่ยถึงเหตุการณ์ทางด้านการเมืองเวลานี้ว่า จากการต่อว่าดตามพบว่า พรรคฝ่ายค้าน แล้วก็ ข้างที่มีความคิดเห็นโต้แย้งกับรัฐบาล ยังคงนำข้อความสำคัญมาตรการต่างๆของรัฐบาล เป็นต้นว่า มาตรการแก้ไขสามัญชน ,ปัญหาเศรษฐกิจ,พระราชกำหนดเงินกู้ยืม, รวมทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุ พฤษภา 35 รวมทั้ง กรณีการยิงเลเซอร์เนื้อความ “ตามหาความเป็นจริง” มาบิดเบือนและก็ขยายข้อความสำคัญจู่โจมรัฐบาล เพื่อหวังให้กำเนิดแนวร่วมจากประชากร แล้วก็ให้กระแสเป็นไปในทางลบต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนี้ จะมีความเห็นว่า รัฐบาลกำลังรีบปฏิบัติการถัดมาตรการเงินแก้ไข รวมถึงมีการแจกแจงกลยุทธ์ใช้จ่ายงบประมาณเป็นระยะอยู่แล้ว ด้วยเหตุดังกล่าว กระแสวิภาควิจารณ์ของพรรคฝ่ายค้าน ก็เลยไม่น่าทำให้พลเมืองลดความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลงได้ เวลาที่ สหภาพผู้เรียน นิสิต นิสิตที่เมืองไทย พุ่งประเด็นไปที่การจัดทำงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ที่คิดว่า ไม่สนองตอบกับเหตุการณ์ภายในประเทศ โดยแสวงคุณประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งไม่ยุ่งยากต่อการลดความน่านับถือของรัฐบาลและก็กองทัพ

และเชิญให้ประชากรที่เชื่อตาม ร่วมเคลื่อนต้านรัฐบาล ข้างหลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จบลง ก็เลยเห็นสมควรให้มีการโปรโมทเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแจกแจงข้อพิสูจน์ และก็เผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญในหัวข้อต่างๆเพื่อไม่ให้การบิดเบือนข้อมูลที่ได้รับมาจากศัตรู เอามาจู่โจมรัฐบาล

ดังนี้ ในเรื่องที่ตรวจเจอพฤติกรรมที่ไม่ถูกกฏหมาย ก็ควรต้องให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวโยงกระจัดกระจายการเข้าจับกุม เพื่อตัดทอนความนิสัยไม่ดี รวมทั้งเป็นการห้าม หรือแม้กระทั้งกิจกรรมตามหาความเป็นจริง ลบเรื่องจริง ที่กลับมาสำเร็จลบกับกรุ๊ปคิดแผนโน่น ถ้าเกิดพิสูจน์และก็มีหลักฐานแจ่มแจ้งได้ว่ามีพรรคการเมืองถูกครอบครองโดยแผนกรุ่งเรือง ราษฎรหรือ ผู้มีบทบาทก็สามารถยื่นร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญ เพื่อยุบพรรคการเมืองนั้นๆถัดไปได้.