Posted on: July 6, 2020 Posted by: ผู้บังคับฝูงบิน Comments: 0

“ทักษิณ”สั่งเอ็กซเรย์หวัดนก 100% เต็มพื้นที่ ลั่นขีดเส้นตายแค่ 1-31 ตุลาคม เท่านั้น ระบุ ผู้ว่า-สสจ.-ปศุสัตว์ ต้องทำสงครามล้างเผ่าพันธ์ตัดตอนหวัดนกแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เชื่อสกัดอยู่แน่นอน พร้อมคาดโทษหากกระบวนการมีปัญหาต้องสะดุด ปรับครม.สมัยหน้ามีสิทธิโยกยกพวง เตือนมนุษย์ผู้ใดทำลายไก่รายงานเกินยอดตายจริงเจอคุกแน่

เมื่อเวลา 14.30 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการประชุมมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสาธารณสุขจังหวัด และปศุสัตว์จังหวัด เพื่อแก้ปัญหาไข้หวัดนกว่า ต่อไปนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตร และกระทรวงมหาดไทย จะต้องเอ็กซ์เรย์ทุกพื้นที่ห้ามขาดตอนโดยจะต้องรายงานผลตลอด ทั้งนี้เพราะปัญหาไข้หวัดนกเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากปล่อยไว้จะเกิดความหวาดกลัวทั้งต่อคนในชาติเองและคนต่างชาติ และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังแข็งแรง การท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตถึง 22% ใน 9 เดือนแรก เนื่องจากไข้หวัดนกจะส่งต่อเรื่องอาหารปลอดภัย ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในทุกระบบ

อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้อันตรายที่เกิดจากการติดต่อจะจำกัดวงอยู่ในเฉพาะผู้สัมผัสไก่โดยตรงและใกล้ชิดผู้ป่วยมากก็ตามแต่ไม่อยากให้ทุกคนประมาท

“เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพราะขณะนี้เชื้อเก่ายังอยู่ เชื้อใหม่อาจจะเข้ามาอีกในช่วงฤดูหนาวในช่วงเดือน พ.ย.-ม.ค. ดังนั้นในช่วงวันที่ 1 –31 ตุลาคม จะต้องกำจัดไข้หวัดนกให้หมดไปเราต้องทำสงครามล้างเผ่าพันธุ์ไข้หวัดนกให้ได้ เพราะเราถือว่ามันคือศัตรูร่วมที่ต้องจัดการ โดยทุกเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าซีอีโอ สาธารณสุขจังหวัดและปศุสัตว์จังหวัดจะต้องทำงานร่วมกันจะมาบอกไม่เกี่ยวไม่ได้ ในส่วนของงบประมาณก็ไม่อยากให้กังวล โดยเฉพาะนี้ให้ใช้งบของผู้ว่าซีอีโอและงบปกติไปก่อน จ่ายไปเท่าไรให้มาเบิกกลับในภายหลังได้ หากรอเบิกแล้วค่อยลงมือทำงานคงไม่ทันการแน่ อย่าลืมว่าไก่ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะความเป็นอาชีพเท่านั้น แต่มันคือวิถีชีวิตของคนไทย ตื่นขึ้นมาตอนเช้าต้องได้ยินเสียงมัน เราอยากเห็นภาพเหล่านั้นกลับมาเป็นปกติ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งยังให้หลักการว่า ในช่วง 30 วันที่ขีดเส้นตายนั้น ขอให้สำรวจในทุกหมู่บ้าน ถ้าพื้นที่ไหนมีไก่ตายขอให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นหวัดนก ต้องเร่งจัดการควบคุมโดยด่วน และถ้าจำเป็นต้องฆ่าก็ให้เร่งดำเนินการ แต่ขอให้ระวังในขั้นตอนการเบิกจ่ายด้วย เพราะที่ผ่านมาเราต้องเสียค่าโง่ไปเยอะ เพราะมีบางคนนับขาไก่มาเบิก เสียเงินเท่าไรไม่ว่าแต่อย่าเสียมาเสียในเรื่องที่ไม่ควรเสีย และขอเตือนใครมีพฤติกรรมเช่นนี้อาจติดคุกได้

นอกจากนี้ปศุสัตว์จังหวัดจะต้องสำรวจย้อนหลังด้วยว่ามีใครตาย ใครป่วยที่ไหนกี่คน และเมื่อครบกำหนด 30 วันแล้วก็จะหยุดไม่ได้ต้องเฝ้าระวังต่อเชื่อว่าสามารถสกัดเชื้อร้ายได้ เรื่องยาเสพติดยากกว่านี้ยังทำได้ดีมาแล้ว

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ.กำแพงเพชรที่มีผู้ป่วยและเสียชีวิตด้วยไข้หวัดนกนั้นเป็นเพราะการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดต่อไปนี้ อาสาสมัครธารณสุข (อสม.) เกษตรตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ต้องรวมพลลงไปสำรวจทุกหลังคาเรือน ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและออกคู่มือแบบง่ายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการทำงานที่สมบูรณ์แบบ ส่วนเขาจะพูดในรายการทักษิณพบประชาชนอีกทางหนึ่ง

“หากไม่สามารถแก้ปัญหาไข้หวัดนกได้ลุล่วง ถ้าผมปรับครม.ครั้งหน้ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่รองนายกฯ จาตุรนต์ ฉายแสง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สธ. อนุทิน ชาญวีรกุล รมช.สธ. สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.เกษตรฯ เนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรฯ รวมไปถึง ประชา มาลีนนท์ รมช.มหาดไทยด้วย ต้องรับผิดชอบด้วย” นายกรัฐมนตรีพูดทีเล่นทีจริง

นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาอยู่ที่ต้องควบคุมไก่ให้ได้ก่อน ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขได้ปรับวิธีการไปแล้วแม้จะยุ่งยากมากขึ้นแต่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเราก็ต้องทำและขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจ โดยจะต้องประกาศทุกพื้นที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวังทั้งหมดจากเดิมที่ประกาศเป็นบางพื้นที่จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นที่ จ.กำแพงเพชรและจ.ปราจีนบุรี

“ตอนนี้เราประสานกับทางห้องปฏิบัติการขอทุกมหาวิทยาลัยเพื่อรองรับการตรวจเชื้อไข้หวัดนก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าขณะนี้ไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวแน่เพราะเราเฝ้าระวังในทุกพื้นที่ ประกอบกับองค์การอนามัยโลกเองก็ได้สอบสวนข้อมูลร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอด ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีการกลายพันธุ์” นางสุดารัตน์ กล่าว

นางสุดารัตน์ กล่าวถึงกรณี นายสมศักดิ์ ระบุว่าไม่เคยเข้าร่วมประชุมทำให้ไม่รู้เรื่องว่า นายสมศักดิ์เข้าใจผิดเพราะเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมาก็ร่วมประชุมเพื่อปรับแผนครอบคลุมการดูแลชีวิตของคนเป็นหวัด และถึงแม้ว่าจะไม่เข้าร่วมประชุมแต่ก็ได้ส่งนายอนุทิน ไปร่วมประชุม และเขาก็กลับมาหารือกันโดยตลอด จึงอยากให้ทุกฝ่ายเสียสละทำงานเพิ่มมากขึ้น กระทรวงเกษตรมีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลในสัตว์ถ้าเจอเชื้อก็จำเป็นต้องฆ่าไก่