Posted on: July 6, 2020 Posted by: ผู้บังคับฝูงบิน Comments: 0

“บัญญัติ” โต้ลั่นยัน “พรรคประชาธิปัตย์” ไม่เคยกู้เงิน “ไอเอ็มเอฟ” เย้ย “รัฐบาล” ให้กลับไปทบทวนว่า “เป็นฝีมือใคร” ระบุชัดเตรียมจัดทัพเดินสาย “ร่วมทวงคืนประเทศไทย” หวังชำแหละ “คอร์รัปชั่น-ล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพ” ลุยแฉความจริงให้ประชาชนได้รับรู้

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคจะเดินสายพบปะกับประชาชน เพื่อให้ “ร่วมทวงคืนประเทศไทย”ว่า ความจริงเป็นรายการพบปะประชาชนที่พรรคเคยทำไว้ แต่บัดนี้เมื่อนโยบายหลายเรื่องทำเสร็จแล้ว และพร้อมที่จะนำไปพูดจาให้ประชาชนฟังได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาพรรคพบว่า มีหลายกรณีที่จะต้องทวงคืนให้ประชาชน อาทิ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น เรื่องการล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพของประชาชน เรื่องการแทรกแซงสื่อ ซึ่งวิธีการทวงคืนนั้นจะใช้วิธีการพูดความจริงให้ประชาชนรับรู้มากขึ้น จึงเชื่อว่าคนที่ฉกฉวยเอาไปโดยไม่ชอบก็อาจจะมีความละอายแก่ใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเดินสายดังกล่าวไม่ถือเป็นการอภิปรายนอกสภาฯ

“ผมคิดว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของเรา ก็จะมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน รวมไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่ทำให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงองค์กรอิสระ เพราะมีประเด็นพูดจากันมาก แต่ทั้งหมดนี้คือสาระสำคัญถึงหัวข้อใหญ่ซึ่งเป็นใจความที่จะร่วมทวงคืนประเทศไทย ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้น คิดว่าเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องทำ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้าใจของประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ และในส่วนนี้คือภารกิจของบ้านเมือง เพราะอะไรเป็นจริงในบ้านเมืองก็ต้องบอกให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ และพรรคมีวิธีจะแก้ไขอย่างไรก็ต้องบอกให้ทราบ”นายบัญญัติ กล่าว

นายบัญญัติ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคไทยรักไทย เปรียบเปรยว่าจะทวงคืนประเทศไทยเอาไปดูแลกันเอง แล้ววันหนึ่งก็ต้องเอาไปจำนำกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟว่า ตรงนี้อยากให้เข้าใจว่าหากเป็นถึง ส.ส. แล้วยังไม่รู้ว่ารัฐบาลไหนกันแน่ที่ไปขอรับความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ จนกระทั่งไปรับข้อผูกพันมากมายเอง จนกลายเป็นภาระให้รัฐบาลที่จะต้องเข้ามาทำหน้าที่ในช่วงหลัง ๆ เพราะต้องพลอยมีภาระติดพันเหล่านั้นด้วย หรือพูดตรง ๆ ว่า รัฐบาลที่ไปขอกู้เงินไอเอ็มเอฟมานั้น ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนจะเป็นรัฐบาลไหนลองกลับไปทบทวนกันเอาเอง

ส่วนกรณีที่นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ร่วมมือกับพรรคมหาชน เล่นเกมใต้ดินนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า ฟังแล้วรู้สึกหดหู่หัวใจกับคำพูดนี้ และตรงนี้คือสิ่งที่อยากจะบอกกับรัฐบาลว่า เหตุใดคนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกันมาก เพราะเวลาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องของรัฐบาลแล้ว รัฐบาลไม่ยอมรับรู้ และไม่ยอมรับว่าเป็นความบกพร่อง มันจึงย้อนกลับไปหาคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเกมการเมืองบ้าง ไม่รู้จริงบ้าง แต่งเรื่องขึ้นมาเองบ้าง ซึ่งคิดว่าตรงนี้จะเป็นแรงกดดันซึ่งอาจจะไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง แต่เป็นนักธุรกิจ ประชาชนคนธรรมดาโดยทั่ว ๆ ไป และนักวิชาการ ที่พอนาน ๆ เข้าก็มีความเหลืออดเหลือทนมากขึ้น ดังนั้นหากวันนี้รัฐบาลยังไม่ปรับทีท่า และมองทุกเรื่องเป็นเรื่องกลั่นแกล้งก็น่ากังวล อีกทั้งตอนนี้พรรคยังไม่ได้จับมืออะไรกับใคร เพียงแต่เป็นหน้าที่ที่พรรคต้องทำ ส่วนกรณีที่รัฐบาลเปลี่ยนการจัดงานรวมพลคนด่ารัฐบาล มาเป็นงานแถลงผลงานของรัฐบาล และให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานนั้น จะขอติดตามรอดูไปก่อน เพราะยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์อะไรในสิ่งที่ยังมองไม่เห็น