บลจ.ไทยพาณิชย์ เสิร์ฟกอง RMF ลงทุนตามดัชนี Nasdaq

ข่าวล่าสุด

บลจ.ไทยพาณิชย์ เสิร์ฟกอง RMF ลงทุนตามดัชนี Nasdaq กับ “SCBRMNDQ” IPO 24–28 ม.ค. นี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ลงทุนช่วง IPO รับหน่วย SCBSFF สูงสุด 1,000 บาท

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัดเปิดเผยว่า สหรัฐฯนับว่า เป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 โดยภาพรวมเศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 และคาดว่า ปี 2564 เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวเต็มที่ โดยที่เชื้อโอมิครอน มีแนวโน้มที่จะเป็นเพียงโรคประจำถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในวัฏจักรเศรษฐกิจ

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด

 

ประกอบกับนาย โจ ไบเดน ได้ลงนามกฎหมายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐในวงเงิน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีกรอบระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐฯ ให้เดินหน้าต่อไปข้างหน้า

ขณะที่ดัชนี NASDAQ ยังเป็นดัชนีที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและเติบโตสูงมีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว ที่ประกอบด้วยหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำที่มีชื่อเสียงและมีผู้ใช้งานทั่วโลก โดย NASDAQ มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกด้วยมูลค่า 20 ล้านล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ และให้ผลตอบแทนย้อนหลังสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

 

ดังนั้นบริษัทมองเห็นโอกาสจากหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำที่ลงทุนตามดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMNDQ) เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพิ่มเติมจากที่เปิดในชนิดสะสมมูลค่า – SCBNDQ(A) และชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ – SCBNDQ(E)แล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

SCBRMNDQ เริ่มเสนอขายครั้งแรก(IPO) ระหว่างวันที่ 24 – 28 มกราคม 2565 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยสามารถซื้อได้ในทุกช่องทางรวมถึงผู้สนับสนุนการขายทุกราย ซึ่งบริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในช่วง IPO จะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้น (SCBSFF) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารธนาคารพาณิชย์ และหุ้นกู้ มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับมุมมองการลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แม้ในระยะสั้นอาจได้รับแรงกดดันจากการเร่งตัวของเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางเฟดต้องออกมาตรการปรับลดขนาด QE และการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า แต่ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคาดว่าจะเติบโตได้ในอัตราที่สูง ประกอบกับส่วนต่างกำไรที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยลดแรงกดดันจากต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ในระยะยาว

 

“ความต้องการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในภาคอุตสาหกรรม (Automation) โทรคมนาคม (5G) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค (Internet of Things) ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการดังกล่าว ดังนั้น กองทุน SCBRMNDQ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนระยะยาวให้แก่นักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้” นางสาวนันท์มนัสกล่าว

 

สำหรับกองทุน SCBRMNDQ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ Invesco NASDAQ 100 (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐฯ บริหารโดย Invesco Capital Management LLC

 

ส่วนกองทุนหลัก Invesco NASDAQ 100 ETF (QQQM) จะลงทุนในหุ้นของบริษัททั้งในและนอกประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุด 100 บริษัท และเป็นส่วนประกอบของดัชนี NASDAQ-100 โดยเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet, Facebook และ Tesla สูงกว่าเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นอื่นของสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี NASDAQ-100

 

กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 27.33% เทียบกับดัชนีอ้างอิง NASDAQ-100 อยู่ที่ 27.51% ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (ที่มา: Invesco ณ 31 ธันวาคม 2564)

อ้างอิง
https://www.thansettakij.com