บิ๊กตู่ เผย เพื่อไทย ร่วมรัฐบาลหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันวันข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

(28 ก.ย.2563) วันนี้ เมื่อเวลา 11.35 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึง กระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาลหลังมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ตนว่าไปเขียนกันเอาเองมั้ง ยังไม่เห็นเขาทำอะไรเลย เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ผมก็นึกอยู่แล้วว่าสื่อฯจะต้องมาถามผม สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องของพรรคการเมือง มีปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค ถือเป็นเรื่องปกติ ยืนยันตนไม่เคยคุยเรื่องเหล่านี้กับใครทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นอย่าไปตั้งประเด็นกันขึ้นมา

“บางครั้งผมเองก็อึดอัดใจเหมือนกันบางทีไปตั้งโน่นตั้งนี่ เขียนกันออกมา แต่มันไม่ใช่ผมนี่นา ถ้าผมพูดอะไรก็เป็นไปตามที่ผมพูด นี่แหละ เพราะผมคือผม เพราะฉะนั้นการจะปรับปรุงพัฒนาถ้าเป็นไปในทางที่ดีกับประเทศชาติก็ทำไปเถอะ ผมไม่ได้ว่าอะไรท่าน ส่วนการที่จะร่วมหรือไม่ร่วม เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันวันข้างหน้า เพราะวันนี้ก็ยังเป็นรัฐบาลนี้อยู่เลย เป็นพรรคการเมืองกันอยู่แบบนี้นั่นแหละ จะเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรค ซึ่งทุกพรรคก็มีการปรับมาโดยตลอด”

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีกระแสข่าวลือถึงขั้นว่าถอดใจและเตรียมลาออกจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ใจไม่เคยถอดอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องของประเทศชาติไม่มีถอด ถ้าเพื่อประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชนนายกฯ ไม่เคยถอดใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข และมีการพัฒนาไปตามขั้นตอน ตามกฏหมายที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันว่าไม่มีถอดใจอยู่แล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามทำไมถึงมีข่าวลือในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะรู้หรือไม่ล่ะก็มันเป็นข่าวลือ และข่าวลือจะรู้ถึงที่มาหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่มี

ลั่นยอมเปิดพื้นที่ให้ม็อบชุมนุม

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีเป้าหมายที่ชัดเจน ตรงนี้นายกฯ จะยอมเปิดให้มีพื้นที่การเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องยอมคงไม่ยอม กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เราไม่ยอมเขาก็ไม่ยอม เราห้ามเขาก็ฝ่าฝืน บังคับใช้กฎหมายเขาก็หาว่าไปกดดัน ทั้งๆ ที่ตนอยากให้คนทั้งประเทศช่วยกันพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าวัตถุประสงค์นั้นคืออะไร แล้วเราจะช่วยกันได้อย่างไร เข้าใจหรือไม่ ถ้าโยนภาระมาที่เจ้าหน้าที่และรัฐบาลทั้งหมด แล้วถ้าตนสั่งให้มันเต็มที่ไปเลยจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ฉะนั้น ต้องไปดูว่าคนที่เขาไม่ยอมเคารพกฎหมายอะไรเลย ขอถามว่าวันหน้าถ้าคนเหล่านี้ดำเนินการได้สำเร็จแล้วเขาจะบริหารประเทศได้อย่างไร ตนไม่เข้าใจเหมือนกัน ความขัดแย้งจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ท้ายสุดประเทศชาติอยู่ไม่ได้

เมื่อถามว่า ติ๊งต่างว่าวันข้างหน้าหากคนรักสถาบันลุกฮือขึ้นมาปะทะกับกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถาบัน มันจะวุ่นวายกว่าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดการปะทะ สื่อก็ต้องช่วย ลดแรงกระทบตรงนี้ เขาก็ทำไม่ได้ และวันนี้รัฐบาลทำอย่างเต็มที่ในการเปิดพื้นที่ให้ คำว่าเปิดพื้นที่แต่ต้องเคารพกฎหมาย เข้าใจหรือไม่ วันนี้อาจจะดูว่าเราอ่อนไปหรือเปล่า ต้องดูว่าเงื่อนไขเขาคืออะไร เขาต้องการให้เกิดผลกระทบตรงนี้ขึ้นมา เราจะไปเข้าทางเขาทำไม เราต้องป้องกันทั้งสองฝ่ายไม่ให้มีการเผชิญหน้ากัน เข้าใจหรือไม่ คนรักสถาบันและประเทศชาติมีตั้งหลายสิบล้านคน เข้าใจหรือไม่ ทุกจังหวัดมีหมดอยู่แล้ว ฉะนั้น ขอให้ช่วยกันลดกระแสความกดดันตรงนี้ไป อะไรที่ไม่ดีอย่าไปขยายความให้กับเขา ทุกคนรู้ว่าอะไรดีไม่ดีไม่ใช่หรือ การแสดงออกที่ผ่านมามันเป็นอย่างไร ใช่หรือไม่ ดังนั้น อย่าเอามาพันกันทั้งหมด กลายเป็นว่ารัฐบาลอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง เจ้าหน้าที่ไม่ทำงาน มันทำอยู่แล้ว มีระยะเวลาในการทำงานอยู่ ให้เวลาเขาทำงานหน่อย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกคนช่วยกัน บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตการณ์ของโควิด-19 อะไรต่างๆ ที่ไม่ใช่ปัญหา และที่ร้อนฉ่าทุกวันๆ ก็ค่อยๆ แก้กันไป ทำกันไป ตนว่าไปได้หมดถ้าทุกคนหันมาพูดจาคุยกันภาษาดอกไม้กันบ้าง การใช้ภาษาไม่ไพเราะบางทีความร่วมมือก็เกิดน้อย คนไทยละเอียดอ่อนตรงนี้ ใช้คำพูดให้เหมาะสมก็แล้วกัน อย่าไปขยายความคำพูดที่ไม่ถูกต้อง หยาบคาย ไม่มีใครรับได้หรอก

เผยสัปดาห์หน้ารู้ใครรมว.คลังคนใหม่ พูดชัด”ประสงค์-อาคม-ไกรฤทธิ์”ไม่ใช่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการได้รมว.คลังคนใหม่ว่า สัปดาห์หน้าก็จะรู้ ทุกคนรู้จักกันทั้งหมดอยู่แล้ว ตนจำเป็นที่จะต้องคัดเลือกคนที่เหมาะสม รู้งานเศรษฐกิจ รู้งานการทำงานรัฐบาล และใจถึง เข้มแข็ง และเดี๋ยวก็ค่อยดูแล้วกัน อยากได้ใครล่ะ ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อที่ออกมา ทั้งนายประสงค์ พูธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรมว.คมนาคม และอดีตผู้บริหาร ปตท. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า 3-4 คนนั้นเหรอ เอ่ะ มันยังไม่ตรง ไม่มี เมื่อถามย้ำว่า รมว.คลังคนใหม่ไม่มีใน 3 ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีเลย เมื่อถามว่า มีชื่อนายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย ประธานกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มี ไม่เห็นมีใครสมัครใจกับตนเลย ตนก็ขอไปเยอะ

นายกฯกล่าวว่า เห็นใจรัฐบาลบ้าง ตนเองก็ต้องพูดคุยกับเขาว่า เขาพร้อมไหม ส่วนใหญ่ครอบครัวก็เป็นห่วงเป็นใยกัน บางคนพร้อมมาช่วยงานแต่ติดที่ครอบครัวของเขา แต่นี้เป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งบางทีก็เลือกคนไม่ได้มากนัก แต่ก็ต้องเลือกคนให้ได้ดีที่สุด ถ้าเลือกไม่ได้ก็ต้องทำงานร่วมกันให้ได้ นั้นคือแนวทางของตน เมื่อถามว่า จะเป็นการปรับครม.เพียงตำแหน่งเดียวใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตำแหน่งเดียว จะให้ปรับกี่ตำแหน่ง ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เผื่อจะมีการสลับตำแหน่งกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีสลับ ยังอยู่กันได้ไม่มีปัญหาอะไร ประชุมครม.ทุกพรรคก็มาร่วมกันทำงาน ไม่มีปัญหาอะไร มันอยู่ที่นายกฯจะประสานและบูรณาการกันได้อย่างไร ก็ขอร้องกันว่าทำเพื่อประเทศชาติในช่วงนี้ เมื่อถามย้ำว่า นายอาคมใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่ ที่พูดมาไม่ใช่ทั้งนั้น

“อนุชา”ปัดแค่ข่าวลือย้ำยังไม่มีรบ.แห่งชาติ

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคเพื่อไทยและมีแนวโน้มจะมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)หรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยและไม่ได้มีกระแสในเรื่องนี้ ซึ่งตนมองว่าน่าจะเป็นประเด็นข่าวในเชิงลักษณะการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆทางการเมือง

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคเช่นนี้ เพื่อให้เกิดการประนีประนอมมากขึ้นจะส่งผลดีต่อรัฐบาลหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เป็นผลดีกับประเทศอะไรอะไรที่ประนีประนอมได้ ประเทศชาติก็เดินหน้า อะไรที่เกิดการประนีประนอมตนเชื่อว่าสังคมเราขณะนี้ต้องการการประนีประนอมในการที่จะให้การทำงานในหลายภาคส่วนเดินไปสู่มิติที่ดี

เมื่อถามต่อว่าอนาคตจะมีรัฐบาลแห่งชาติมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า คงยังไม่มี มองว่าเป็นการวิเคราะห์กันไป ยังไม่มีอะไรที่เป็นแก่นสารของเรื่องพวกนี้

เมื่อถามย้ำว่าแนวโน้มเรื่องรวมไทยสร้างชาติที่นายกฯขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยอยากเข้ามาร่วมหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ยังไม่มีประเด็นเหล่านี้ การเมืองในตอนนี้โดยเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็เป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นเรื่องภายในของพรรคเขา ยังไม่มีประเด็นที่มาสู่ภาพรวมการเมือง ดังนั้นเรื่องนี้ยังไม่มีใครทราบความชัดเจน

เมื่อถามอีกว่ามีกระแสข่าวว่าคนของพรรคเพื่อไทยจะมาร่วมงานกับรัฐบาลถึงขั้นปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี นายอนุชา กล่าวว่า ก็คงยังเป็นข่าวลือ พรรคพปชร.เน้นทำงานเป็นหลักไม่พูดอะไรมากมาย คิดว่าเป็นไปตามบริบทของการเมือง และทำงานในฐานะพรรคแกนนำและนำเสนอนโยบายที่พรรคคิดให้กับรัฐบาลเพื่อนำไปปฏิบัติ

เมื่อถามอีกว่ากรณีการเปลี่ยนแปลงภายในของพรรคเพื่อไทยสามารถมองได้หรือไม่ว่าจะทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมในขณะนี้ลดลงได้หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศที่จะได้มาช่วยกันทำงานในมิติของความร่วมมือ ความรักและสามัคคีของชาติ หากคนในชาติรักและสามัคคีความแตกแยกลดน้อยลงก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนตัวตนและพรรคพปชร.พยายามที่จะทำให้สังคมอยู่ดีมีสุขอยู่แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *